การเมืองไทย










VS




เป็นการต่อสู้ในเส้นทางของวงจรอุบาตที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เห้ออออ ถอนหายใจแล้วก็ถอนหายใจอีก

การเมืองไทยเมื่อไรจะได้เป็นการเมืองไทยที่สมบูรณ์เสียที

หวังว่าการเมืองไทยจะฟื้นฟูในอนาคตเมื่อรถึงรุ่นพวกเรา



ล้อการเมือง(มันก็คือความจริงนั้นแหละมั้ง)







วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

รูปแบบการปกครองของจีน


ประเทศจีนมีการปกครองเป็นลัทธิสังคมนิยมในลักษณะของตนเอง มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ ปัจจุบันมีนายหู จิ่นเทาเป็นประธานาธิบดี เลขาธิการพรรค และประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง และมีนายเวิน เจียเป่าเป็นนายกรัฐมนตรี

ประวัติการปฏิวัติ

การปฏิวัติครั้งแรกของจีนเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ซึ่งเป็นการโค่นล้มอำนาจการปกครองของราชวงศ์ชิง โดยการนำของ ดร. ชุน ยัตเซน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง เป็นผลทำให้จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยในที่สุด

สาเหตุที่ก่อให้เกิดการโค่นล้มอำนาจครั้งนี้น่าจะมาจากความเสื่อมโทรมของสภาพสังคมจีน ผู้นำประเทศจักรพรรดิแมนจูไม่มีอำนาจกำลังพอที่จะปกครองประเทศได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาปกครอง 268 ปี (พ.ศ. 2187 – 2455) มีแต่การแย่งชิงอำนาจในหมู่ผู้นำราชวงศ์ ด้วยเหตุนี้ราษฎรส่วนมากจึงตกอยู่ในสภาพยากจน ชาวไร่ชาวนาถูกขูดรีดภาษีอย่างหนัก ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าของที่ดิน ชาวต่างชาติเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ แผ่นดินจีนถูกคุกคามจากต่างชาติ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจตะวันตก และญี่ปุ่น ซึ่งจีนทำสงครามต่อต้านการรุกรานของกองกำลังต่างชาติเป็นฝ่ายแพ้มาโดยตลอด ทำให้คณะปฏิวัติไม่พอใจระบอบการปกครองของราชวงศ์แมนจู


เพื่อความสำเร็จในการแก้ปัญหาของของประเทศชาติ ดร.ซุน ยัตเซ็น ผู้นำฯ จึงได้ประกาศอุดมการณ์ของการปฏิวัติ 3 ประการ เรียกว่า “ลัทธิไตรราษฎร์” มีหัวข้อดังนี้
ประชาธิปไตย มีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย และมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ
ชาตินิยม ต้องขับไล่อำนาจและอิทธิพลของต่างชาติออกไปจากจีน
สังคมนิยม มีการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกร
3. การปฏิวัติของจีนครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1949
3.1 ความสำคัญ การปฏิวัติของจีนครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1949 โดยการนำของ “เหมา เจ๋อตุง” ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย ข้าสู่ระบอบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์
3.2 สาเหตุการปฏิวัติของจีนครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1949 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง (ค.ศ. 1939 – 1945) สรุปได้ดังนี้
(1) ปัญหาความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจและความยากจนของประชาชน ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดี เจียง ไคเช็ค ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
(2) การเผยแพร่อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ในประเทศจีน เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร โดยให้ความสำคัญแก่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร และเป็นศัตรูกับชนชั้นนายทุน
3.3 ความสำเร็จของการปฏิวัติของจีนปี ค.ศ. 1949 สรุปได้ดังนี้
(1) ระบอบคอมมิวนิสต์ในยุคของ “เหมา เจ๋อตุง” รัฐบาลได้ยึดที่ดินทำกินของ เอกชนมาเป็นของรัฐบาล และใช้ระบบการผลิตแบบนารวม (หรือระบบคอมมูน) ชาวนามีฐานะเป็นแรงงานของรัฐ ทำให้ชาดความกระตือรือร้นเพราะทุกคนได้รับผลตอบแทนท่ากัน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนส่วนใหญ่มีสภาพลำบากยากจนเหมือนๆ กัน
(2) ระบอบคอมมิวนิสต์ในยุคของ “เติ้ง เสี่ยวผิง” เป็นยุคที่จีนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นระบบตลาดหรือทุนนิยม โดยมรับแนวทางทุนนิยมของชาติตะวันตกมากขึ้น เช่น เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเพื่อให้คนจีนมีงานทำ และอนุญาตให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจการค้าได้ เป็นต้น ทั้งนี้ มีระบอบการปกครองยังคงเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนเดิม
(2) นโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ในสมัยของ “เติ้ง เสี่ยวผิง” หมายถึง มี ประเทศจีนเพียงประเทศเดียว แต่มีระบบเศรษฐกิจและการปกครอง 2 แบบ ได้แก่
- ระบอบคอมมิวนิสต์ สำหรับจีน
- ระบอบประชาธิปไตยและทุนนิยมเสรี สำหรับฮ่องกงและมาเก๊า
3.4 ผลกระทบของการปฏิวัติจีนครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1949 คือ
(1) การปฏิวัติของ “เหมา เจ๋อตง” เป็นแบบอย่างในการปฏิวัติของกระบวนการ คอมมิวนิสต์ในประเทศกำลังพัฒนา ทั้งในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอมริกาใต้ โดยเฉพาะการใช้ยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง” โดยเริ่มจากการปฏิวัติของเกษตรในชนบทและค่อยๆ ขยายเข้าไปสู่เมือง
(2) การปฏิรูปเศรษฐกิจตามแนวของ “เติ้ง เสี่ยวผิง” โดยมรับระบบทุนนิยมของโลกตะวันตก เป็นคัวอย่างความสำเร็จของการแยกระบบการปกครองออกจากระบบเศรษฐกิจ

การเมือง

หู จิ่นเทา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
เวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ประเทศจีนมีการปกครองเป็นลัทธิสังคมนิยมในลักษณะของตนเอง มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ ปัจจุบันมีนายหู จิ่นเทาเป็นประธานาธิบดี เลขาธิการพรรค และประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง และมีนายเวิน เจียเป่าเป็นนายกรัฐมนตรี


การแบ่งเขตการปกครอง

เขตการปกครองของจีนนั้น ตามรัฐธรรมนูญของจีน มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ ได้แก่ มณฑล อำเภอ และ ตำบล แต่ในปัจจุบันได้เพิ่มมาอีก 2 ระดับ คือ จังหวัด และ หมู่บ้าน ซึ่งถ้านำมาเรียงใหม่จะได้เป็น มณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และ หมู่บ้าน
สาธารณรัฐประชาชนจีนมีอำนาจการปกครองเหนือ 22 มณฑล (省) และรัฐบาลจีนยังถือ
ไต้หวัน/ไถวาน (台湾) เป็นมณฑลที่ 23 (มีข้อมูลเพิ่มเติมที่ ฐานะทางการเมืองของสาธารณรัฐจีน)
รัฐบาลจีนยังอ้างสิทธิเหนือเกาะต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้ด้วย นอกจากมณฑลแล้วยังมีเขตปกครองตนเอง
(自治区) 5 แห่งซึ่งมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มาก เทศบาลนคร (直辖市) 4 แห่งสำหรับเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเขตบริหารพิเศษ (Special Administrative Regions, SARs) (特别行政区) ที่จีนเข้าไปปกครอง
โดยการแบ่งพื้นที่การปกครองเป็นดังนี้
มณฑล
อันฮุย (安徽)
ฝูเจี้ยน (福建) (ฮกเกี้ยน)
กานซู (甘肃)
กว่างตง (กวางตุ้ง)(广东)
กุ้ยโจว (贵州)
ไห่หนาน (ไหหลำ)(海南)
เหอเป่ย์ (河北)
เฮย์หลงเจียง (黑龙江)
เหอหนัน (河南)
หูเป่ย์ (湖北)
หูหนาน (湖南)
เจียงซู (江苏)
เจียงซี (江西)
จี๋หลิน (吉林)
เหลียวหนิง (辽宁)
ชิงไห่ (青海)
ส่านซี (陕西)
ซานตง (山东)
ซานซี (山西)
ซื่อชวน (เสฉวน) (四川)
หยุนหนาน (ยูนนาน) (云南)
เจ๋อเจียง (浙江)
เขตปกครองตนเอง
กว่างซีจ้วง (กวางสี) (广西壮族)
มองโกเลียใน (内蒙古)
หนิงเซี่ย หุย (宁夏回族)
ซินเจียงอุยกูร์ (新疆维吾尔族)
ทิเบต (西藏)
เทศบาลนคร
เป่ย์จิง (ปักกิ่ง) (北京)
ฉงชิ่ง (จุงกิง) (重庆)
ซ่างไห่ (เซี่ยงไฮ้) (上海)
เทียนจิน (เทียนสิน) (天津)
เขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ฮ่องกง/เซียงกั่ง (香港)
มาเก๊า/เอ้าเหมิน (澳門)

ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99#.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.80.E0.B8.A1.E0.B8.B7.E0.B8.AD.E0.B8.87


By:Ponlawat Suwankhammoon
ID:5131601420
Section:02
Blog:http://cats-society.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

“สนธิ” ย้ำไม่เอา 3 ส.และ “บรรหาร” - ลั่นสู้ไม่ถอยเพื่อ “ประชาภิวัฒน์”






เมื่อเวลา 21.35 น. วันที่ 14 ก.ย. หลังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 22/2551 ซึ่งได้ประกาศจุดยืนของพันธมิตรฯ ไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคพลังประชาชน รวมทั้งนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์อย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย โดยเรียกร้องให้มีการเลือกคนดีมาเป็นนายกฯ และนำไปสู่การจัดตั้ง “สภาประชาภิวัฒน์” เพื่อทำการปฏิรูปการเมืองนำไปสู่การเมืองใหม่แล้ว นายสนธิได้ปราศรัยเพิ่มเติมว่า แถลงการณ์ฉบับนี้ เป็นการแสดงจุดยืนของพันธมิตรฯ หลังจากที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ออกมาแสดงจุดยืนในการสืบทอดระบอบทักษิณ ซึ่งเราจะไม่ยอมให้คนของพรรคพลังประชาชนขึ้นมาปกครองประเทศอีกเด็ดขาด เพราะนายสมชาย ก็คือน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หากแก๊ง 3 ส.เข้ามาเป็นนายกฯ นั่นคือ การเป็นรัฐบาลของระบอบทักษิณ เราคงยอมไม่ได้

นายสนธิ กล่าวต่อว่า เราจะไม่มีวันยอมให้คนของ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาปกครองอีก เป็นจุดยืนในการต่อสู้ของพวกเรานับตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งหลังจากรัฐบาล คมช.และมีการจัดการเลือกตั้ง เขาก็ส่งนอมินีเข้ามา และตอนนี้เขาก็จะส่งน้องเขยเข้ามาอีก แม้นายสมชายจะโกหกว่า ไม่มีใบสั่งจากลอนดอน ซึ่งเป็นคนที่หนีอาญาแผ่นดิน หนีคดีโกงกินชาติบ้านเมือง จาบจ้วงสถาบัน ปล้นชาติ ขายแผ่นดินให้เขมร เรายอมไม่ได้ และจะขอสู้จนตาย ไม่ยอมถอยแม้แต่องคุลีเดียว

นายสนธิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันพุธหน้าจะมีการเลือก 3 ส.มาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ต่างจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นรัฐบาล เพราะเขาก็จะเป็นรัฐมนตรีเงาที่ชักใยบงการมาจากลอนดอน พันธมิตรฯ ก็เลยต้องประกาศจุดยืน โดยยืนยันว่า พวกเราจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?newsid=9510000109030

อภิชาติ หาลำเจียก เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ



กทม. 15 ก.ย. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.40 น. วันนี้ (15 ก.ย.) นายอภิชาติ หาลำเจียก ส.ก.เขตดินแดง พรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัย 54 ปี ที่โรงพยาบาลกลาง และในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) เวลา 16.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพ ณ ศาลา 6 วัดพระศรีมหาธ

นายอภิชาติ หาลำเจียก เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2497 จบเทคนิคการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล มีผลงานด้านการแสดงทั้งภาพยนตร์และละคร รวมถึงเป็นพิธีกรรายการเกมโชว์ ก่อนผันตัวเองเป็นผู้กำกับละคร เริ่มทำงานการเมือง โดยลงสมัคร ส.ส.กทม. ในนามพรรคกิจสังคม เมื่อปี 2529 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง มาประสบความสำเร็จได้เป็น ส.ส.เขต 2 กาฬสินธุ์ พรรคกิจสังคม เมื่อปี 2531 และหลังเกิดเหตุ รสช.เมื่อปี 2535/1 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคสามัคคีธรรม และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยที่ 2 โดยช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีบทบาทในการปกป้อง พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธาน รสช. และฝ่ายทหาร ส่งผลให้หลังจากนั้นไม่ว่าจะย้ายไปอยู่พรรคใด ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนกระทั่งหันมาลงสมัคร ส.ก.ในนามกลุ่มมดงาน จึงได้รับเลือกตั้ง โดยเคยมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานสภากรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นได้ย้ายพรรคมาลงสมัคร ส.ก.สังกัดพรรคไทยรักไทย และสุดท้ายได้รับเลือกเป็น สก.เขตดินแดง ในนามพรรคประชาธิปัตย์. -สำนักข่าวไทย


ที่มา:http://news.mcot.net/politic/inside.php?value=bmlkPTU1NDQ2Jm50eXBlPXRleHQ=
อัพเดตเมื่อ 2008-09-15 17:46:53

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่ มี5ตอน

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่1

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่1 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่2

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่2 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่3

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่3 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่4

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่4 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่5

รายการตาสว่างนั่งถกหานายกฯใหม่5 - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

รายงานพิเศษ : พลิกปูม 3 ส.

13 ก.ย. -จับตาแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ที่ 3 ส. จากพรรคพลังประชาชนต้องขับเคี่ยวกันเพื่อนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย แต่ละคนมีแรงหนุนแรงเชียร์จากสมาชิกพรรคพลังประชาชน มากน้อยเพียงใด ใครน่าจะมีโอกาส
ปรากฏการณ์สภาล่มเมื่อวันที่ 11 กันยายน ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองหน้าสำคัญ เพราะเป็นสภาที่ล่มระหว่างที่ต้องมีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แม้นายสมัคร สุนทรเวช จะได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนเนวิน แต่ยังมีแรงต้านจาก ส.ส.อีสานพัฒนา และ ส.ส.เหนือกลุ่มวังบัวบาน ที่มีแกนนำอย่างนายยงยุทธ ติยะไพรัช นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และกลุ่ม กทม.ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จนที่สุดต้องยอมถอดใจผ่านอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่พรรคพลังประชาชนต้องเดินหน้าสรรหา ยังคงเป็น 3 ส. ที่เป็นข่าวมาตลอด หากจะเปรียบเทียบขุมกำลังที่จะเป็นแรงหนุนให้ ส. ใด ส.หนึ่ง ขึ้นชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 จะเห็นได้ว่าแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน
ส. แรก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดีกรีนักกฎหมายที่คร่ำหวอดในวงการยุติธรรม จนเกษียณอายุราชการ เข้าสู่แวดวงการเมืองเป็นตัวแทนนางเยาวภา ที่ต้องเข้าไปพักผ่อนในบ้านเลขที่ 111 ทั้งมีแรงหนุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา วังบัวบาน และ กทม. จึงพร้อมผลักดัน แม้จะมีจุดด้อย ข้อหาเป็นคนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี แต่น่าแปลกใจที่มีแรงเชียร์จากหัวหน้าพรรคประชาราช อย่างนายเสนาะ เทียนทอง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ส. ที่สอง ที่คะแนนตามกันมาติด ๆ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ มีเส้นทางการเมืองอย่างโชกโชน จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งเอกภาพ ชาติพัฒนา ไทยรักไทย เป็นอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ผงาดขึ้นมาเป็นแกนนำระดับต้น ๆ
หลังเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับพรรคไทยรักไทย นายสมพงษ์ น่าจะมีเสียงหนุนจากกลุ่มเดียวกับนายสมชาย ที่หากนายสมชาย ถูกโจมตีเป็นนอมินี
ส.สุดท้าย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งปี 2541 กลายมาเป็นผู้บริหารคนสำคัญของพรรคพลังประชาชน ว่ากันว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีให้ความไว้วางใจอย่างมากที่สุด ที่ผ่านมาได้รับการขนานนามเป็นหนึ่งในแก๊งออฟโฟร์ จึงมีแรงหนุนจากกลุ่มเพื่อนเนวิน และเครือข่ายจากภาคกลางบางส่วน ชากังราว และเพชรบูรณ์ แต่ส่วนตัวยังมีปัญหาคดีหวยบนดิน
ที่สุดแล้ว พลังประชาชนจะคัดเลือกใคร สิ่งที่ท้าทายข้างหน้าคือ ปัญหาทั้งศึกนอกและศึกใน ทั้งท่าทีของพันธมิตรฯ ที่ประกาศไม่ยอมรับทุกรายชื่อ และการประสานรอยร้าวระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ที่จะมีนัยสำคัญกับอายุรัฐบาล.

ที่มา:http://news.mcot.net/politic/inside.php?value=bmlkPTE4Mjk1Jm50eXBlPWNsaXA=
-สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-09-13 19:11:01

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551

ชักใย “ม็อบนรก” เดินเกมบุกปะทะ “พันธมิตรฯ” ตาย-เจ็บที่มัฆวาน!!









“ม็อบนรกป่วนกรุง” สุดเถื่อน! เคลื่อนขบวนจากสนามหลวงป่วนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศกร้าวยึดทำเนียบรัฐบาลคืนให้ได้ สุดสลดตำรวจปล่อยให้กลุ่ม นปก.ฝ่าด่านหน้า สน.นางเลิ้ง-แยก จปร.และหน้า บก.ทบ.เข้าไปอย่างง่ายดายจนเกิดเหตุปะทะกับ “การ์ดพันธมิตรฯ” เพราะต้องป้องกันชีวิตของตัวเอง และพี่น้องประชาชนที่ร่วมชุมนุมอยู่ในทำเนียบฯ ส่งผลให้หลังการปะทะมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 40 ราย
2 กันยายน 2551 08:06 น.

นปช.ชี้ 9 แกนนำ พธม.กลัวถูกจับ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาและที่ท้องสนามหลวงในช่วงเย็น ซึ่งกลุ่ม นปช.ยังปักหลักชุมนุมปราศรัยให้กำลังใจรัฐบาลและโจมตี 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่องและดุเดือด โดยมีการให้เวลา 7 วัน กลุ่มพันธมิตรฯต้องยุติการชุมนุมยึดสถานที่ราชการ และสนามบินทั่วประเทศ มิฉะนั้นจะต้องไปหาแผ่นดินใหม่อยู่ ขณะที่ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ก็กล่าวท้าทายให้ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ออกมาดีเบตกันผ่านสถานีโทรทัศน์ แต่เชื่อว่าทั้งหมดจะไม่กล้าออกมาเพราะกลัวถูกจับตามหมายจับ พร้อมกันนี้ก็ได้เรียกร้องกลุ่มพลังเงียบทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาแสดงพลังถือป้ายประณามกลุ่ม พันธมิตรฯ และสนับสนุนรัฐบาลอย่างน้อยวันละ 1 ชม. เป็นประจำทุกวัน
พลังอีสานจี้ ตร.จัดการคนทำผิด
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในหลายจังหวัดภาคอีสาน อาทิ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ฯลฯ ก็มีประชาชนจากอำเภอต่างๆจำนวนมาก นำโดยผู้นำชุมชนและนักการเมืองพรรครัฐบาล ออกมาชุมนุมถือป้ายให้การสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป และเรียกร้องให้รัฐบาล ใช้กฎหมายดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ละเมิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงให้กำลังใจตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความสงบของประเทศ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯยุติการชุมนุมเช่นกัน หากไม่หยุดก็จะเดินทางเข้ากรุงมาขับไล่
ที่มา: [1 ก.ย. 51 - 04:08]