
11 ส.ค.- พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ชี้แจงที่ไม่ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเขียนด้วยลายมือตัวเอง และส่งทางโทรสารมายังสื่อ เมื่อประมาณช่วงเที่ยงที่ผ่านมา
แถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความว่า "ก่อนอื่น กระผมต้องกราบขออภัยต่อคณะผู้พิพากษาคดีที่ดินรัชดา และพี่น้องประชาชน ผู้สนับสนุนผมทุกท่าน ที่ผมและภริยา ได้เดินทางมาพำนักที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ยึดหลักการประชาธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใด และไม่ได้ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญา นักการเมือง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัว พร้อมกับบุคคลใกล้ชิด เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากความต้องการขจัดผมออกจากการเมือง ด้วยการพยายามลอบสังหาร ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร แต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ มาสอบสวนดำเนินคดีเฉพาะตัวผมและครอบครัว ร่างรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำเภอเผด็จการ แต่งตั้งบุคคลที่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทั้งทางตรงและทางอ้อม เข้าไปเป็นกรรมการในการองค์กรต่าง ๆ เพื่อดำเนินการกับผม เมื่อมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกพรรคพลังประชาชน ที่ผู้สมัครส่วนมากมาจากพรรคไทยรักไทยเดิม ให้กลับคืนมาทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเขา
ผมคิดว่า เหตุการณ์คงจะดีขึ้น ผมคงจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2551 แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวลง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมและครอบครัว เป็นเสมือนผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ผลของมันก็ย่อมเป็นพิษตามไปด้วย นั่นก็คือ ยังคงมีการสืบทอดระบอบเผด็จการในการจัดการการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย ตามมาด้วยการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเอาผลลัพธ์ที่อยากจะได้เป็นตัวตั้ง เพื่อจัดการกับผมและครอบครัว ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ ถือว่าผมเป็นศัตรูทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย และระบบข้อเท็จจริง และการสอบสวนดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมสากล ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐาน การบังคับใช้กฎหมายที่มีผลเป็นโทษย้อนหลัง ไม่ยอมใช้หลักนิติธรรม และหลักนิติรัฐ ผมและครอบครัวได้ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้ มาอย่างต่อเนื่อง
การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการใช้ระบบ 2 มาตรฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ผมและครอบครัวพร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเป็นธรรมก็นับว่าหนักหนาแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้กับการที่ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีเกียรติ มีความน่าเชื่อถือ สั่งสมมาเป็นเวลานาน ต้องเสื่อมลง เพราะถูกนำมาใช้ทางการเมืองจนขาดความเป็นกลาง ซึ่งเป็นผลเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง
นอกจากนี้ ผมได้รับข่าวสารตลอดเวลาว่า ชีวิตของผมไม่ปลอดภัยเดินทางไปไหนมาไหน จึงต้องใช้รถกันกระสุน นี่คือผลที่ได้รับจากการที่ผมอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์ และประชาชนด้วยความทุ่มเท ทำงานอย่างหนักมาตลอด ระยะเวลาเกือบ 6 ปี ที่ทำให้หน้าที่นายกรัฐมนตรี
ผมจึงต้องกราบขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่ต้องตัดสินใจมาอยู่ประเทศอังกฤษ และขอยืนยันว่า
1. ผมและครอบครัวมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ อย่างหาที่สุดมิได้ แม้ว่ามีผู้จงใจใส่ร้ายมาโดยตลอด
2. ถึงแม้ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้เลวอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ ยังไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิดหนึ่งครับ
3. หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทยเฉกเช่นคนไทยครับ
ด้วยความเคารพรัก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร".
แถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความว่า "ก่อนอื่น กระผมต้องกราบขออภัยต่อคณะผู้พิพากษาคดีที่ดินรัชดา และพี่น้องประชาชน ผู้สนับสนุนผมทุกท่าน ที่ผมและภริยา ได้เดินทางมาพำนักที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ยึดหลักการประชาธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใด และไม่ได้ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญา นักการเมือง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัว พร้อมกับบุคคลใกล้ชิด เป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากความต้องการขจัดผมออกจากการเมือง ด้วยการพยายามลอบสังหาร ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร แต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ มาสอบสวนดำเนินคดีเฉพาะตัวผมและครอบครัว ร่างรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำเภอเผด็จการ แต่งตั้งบุคคลที่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทั้งทางตรงและทางอ้อม เข้าไปเป็นกรรมการในการองค์กรต่าง ๆ เพื่อดำเนินการกับผม เมื่อมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกพรรคพลังประชาชน ที่ผู้สมัครส่วนมากมาจากพรรคไทยรักไทยเดิม ให้กลับคืนมาทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเขา
ผมคิดว่า เหตุการณ์คงจะดีขึ้น ผมคงจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2551 แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวลง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมและครอบครัว เป็นเสมือนผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ผลของมันก็ย่อมเป็นพิษตามไปด้วย นั่นก็คือ ยังคงมีการสืบทอดระบอบเผด็จการในการจัดการการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย ตามมาด้วยการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเอาผลลัพธ์ที่อยากจะได้เป็นตัวตั้ง เพื่อจัดการกับผมและครอบครัว ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ ถือว่าผมเป็นศัตรูทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย และระบบข้อเท็จจริง และการสอบสวนดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมสากล ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐาน การบังคับใช้กฎหมายที่มีผลเป็นโทษย้อนหลัง ไม่ยอมใช้หลักนิติธรรม และหลักนิติรัฐ ผมและครอบครัวได้ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้ มาอย่างต่อเนื่อง
การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการใช้ระบบ 2 มาตรฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ผมและครอบครัวพร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเป็นธรรมก็นับว่าหนักหนาแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้กับการที่ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีเกียรติ มีความน่าเชื่อถือ สั่งสมมาเป็นเวลานาน ต้องเสื่อมลง เพราะถูกนำมาใช้ทางการเมืองจนขาดความเป็นกลาง ซึ่งเป็นผลเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง
นอกจากนี้ ผมได้รับข่าวสารตลอดเวลาว่า ชีวิตของผมไม่ปลอดภัยเดินทางไปไหนมาไหน จึงต้องใช้รถกันกระสุน นี่คือผลที่ได้รับจากการที่ผมอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์ และประชาชนด้วยความทุ่มเท ทำงานอย่างหนักมาตลอด ระยะเวลาเกือบ 6 ปี ที่ทำให้หน้าที่นายกรัฐมนตรี
ผมจึงต้องกราบขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่ต้องตัดสินใจมาอยู่ประเทศอังกฤษ และขอยืนยันว่า
1. ผมและครอบครัวมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ อย่างหาที่สุดมิได้ แม้ว่ามีผู้จงใจใส่ร้ายมาโดยตลอด
2. ถึงแม้ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้เลวอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ ยังไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิดหนึ่งครับ
3. หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทยเฉกเช่นคนไทยครับ
ด้วยความเคารพรัก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร".
ที่มา
สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-08-11 12:48:31
6 ความคิดเห็น:
ถ้าไม่ผิดจริงคงไม่หนีคดีหรอก
ใช่มั๊ย คุณเหลี่ยม
แจ้งเหตุที่ไม่มารายงานตัวต่อศาลหรอ
ก็เป็นแค่ข้ออ้างนั่นแหละ
กลัวมากกว่า
หนีไปก็แค่นั้น
สุดท้ายโชคไม่เข้าข้างคนโกงหรอก
xประเทศไทยต้อนนี้มีแต่ พวกองค์กรอิสระจอมปลอม พวกประชาธิปไตยจอมปลอม พวกรักชาติจอมปลอม พวกกู้ชาติจอมปล่อม สื่อจอมปล่อม พวกทหารปลอม ตำรวจปลอม พวกรัฐธรรมนูญจอมปลอม มีแต่ของปลอมๆ กำลังระบาดเมืองไทย เอาองค์กรทำงานบังหน้า
แน่ใจหรือว่าเค้าจะกลับมา
ถ้าหากจะกลับแล้วจะไปทำไม
เห็นว่าคงมีตังซื้อตั๋วเหลือเฟือซะล่ะมั้ง
ทำผิดต้องรับโทษ แต่ละคนมีท้งข้อดีข้อเสียขึ้นอยุ่กับตัวเองว่าจะปฎิบัติตนไปในทางที่ถูกหรือผิด
ผิดถุกรุ้หมดแต่อดไม่ได้
เฮ้อ ใครทำอะไรไว้ ย่อมรู้แก่ใจตนเอง
ถ้าคุณไม่ผิดจริง ก็ไม่มีใครมาว่าคุณ
ถ้าคุณบริสุทธิ์จริง ทำไมต้องหนีด้วย
(จริงไหม๊??)
มันเป็นแค่ข้ออ้างมากกว่า
พรลีณา แย้มดอนไพร
5131601418
Section 2
http://uer-la-heui-kanmuang.exteen.com/
เค้าคงมีเหตุผลของเขามั้ง ถึงต้องไม่มารายงานตัว
ในอนาคตอาจมาก็ได้
แต่ก็หนีความผิดไมพ้นหรอก ถ้าผิดจริงน่ะ
แสดงความคิดเห็น